การซักรีดงานครอสติช

posted on 01 Sep 2009 20:58 by junearza

การซักรีดงานครอสติช

ก่อนที่จะลงมือปักครอสติช ควรล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนที่จะเริ่มปักครอสติช และควรทำความสะอาดมืออย่างสม่ำเสมอในขณะที่ทำการปัก และการปักแต่ละผืนมักใช้เวลา หากผ้าเป็นคราบทิ้งไว้นานการทำความสะอาดก็จะยากขึ้นด้วย

หากผ้าที่ปักเป็นผ้าสีเข้ม โดยเฉพาะสีแดงสด จะมีสีส่วนเกินจากการย้อมตกออกมาเมื่อเราซัก ซึ่งเป็นปกติของผ้าครอสติชสีแดงทุกยี่ห้อ ควรแช่ผ้าในน้ำร้อนจัดหรือน้ำส้มสายชูเจือจางเพื่อขจัดสีส่วนเกินนี้ก่อนที่จะใช้ปัก

หากผ้าเปื้อนขณะที่ปักอยู่ เช่น เปื้อนกาแฟ ฯลฯ ควรล้างด้วยน้ำทันที่ให้หมดคราบ และผึ่งให้แห้งก่อนที่จะปักต่อ การทิ้งคราบไว้นาน จะทำให้เหลือคราบที่ซักออกไม่หมดในภายหลัง

วิธีการซักผ้าครอสติช

1. แช่ผ้าในน้ำร้อนจัด 10 นาที ตามด้วยน้ำธรรมดาอีกครั้ง
2. นำไปแช่ในน้ำผสมน้ำยาซักแห้งเจือจางอีก 10 นาที
3. ลูบหรือโบกผ้าไปมาในน้ำยาที่แช่ ไม่ควรขยี้ เพราะจะทำให้ไหมเป็นขุยและผ้ายับมาก
4. ล้างด้วยน้ำอุ่น จนน้ำยาซักแห้งออกหมด
5. อย่าบิดผ้าปัก คุณควรนำผ้าไปวางบนผ้าขนหนู และม้วนซ้อนกันเพื่อให้ผ้าขนหนูช่วย
ดูดซับน้ำออกจากผ้าปัก
6. วางผ้าบนพื้นเรียบ เพื่อผึ่งให้เรียบ แต่ต้องระวังไม่วางบนโต๊ะไม้หรือโต๊ะที่ทำด้วยวัสดุที่ไม่ทนน้ำ เพราะสีแลคเกอร์ หรือสีจากเนื้อไม้จะซึมเข้าเนื้อผ้า ทำให้เป็นรอยด่างและเป็นคราบถาวร

วิธีการรีดผ้าครอสติช ให้วางผ้าครอสติชคว่ำลงบนผ้าสีขาว รีดจากทางหลังภาพ อาจใช้น้ำยารีดผ้าฉีดจะช่วยให้เรียบและอยู่ตัว แต่ก่อนที่จะเข้ากรอบ ผ้าจะต้องแห้งสนิทก่อน เพราะหากผ้าชื้นอาจจะทำให้เกิดเชื้อราบนผ้าในภายหลังได้

 

อุปกรณ์การปักครอสติช

posted on 01 Sep 2009 20:46 by junearza
อุปกรณ์ปักครอสติช

1. ผ้าปักครอสติช
ผ้าปักครอสติชเป็นผ้ามีตาผ้าเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัส ผ้าปักไขว้ทั่วไปคือ 18 ช่องต่อนิ้ว

2. ไหมปักครอสติช
นิยมใช้ไหมปักเบอร์ 5 กับผ้าตาใหญ่
ไหมปักเบอร์ 25 กับผ้าตาเล็ก
ก่อนจะเริ่มปักทุกครั้ง ควรมีการเตรียมไหมเพื่อให้สะดวกต่อการปัก โดยนำกระดาษแข็งเจาะรูเพื่อทำเป็นแผงร้อยไหม สาวไหมที่เป็นไจออก ทบแล้วตัดให้เป็นเส้น ร้อยไหมเข้าในแผงเจาะรูที่เตรียมไว้ ควรจัดเรียงนัมเบอร์ไหม แล้วเขียนลำดับ 1,2,3... กำกับบนแผงไหม โดยให้ลำดับนั้นตรงกับลำดับไหมในแบบปัก
ในการปักแต่ละครั้ง ไหมหนึ่งเส้นจะแบ่งเป็นเส้นเล็กๆ ได้ 6 เส้น การปักไขว้จะใช้ไหมครั้งละ 2 เส้นเล็กหากเป็นสัญลักษณ์ไหมผสม จะใช้สีละ 1 เส้นเล็ก ปักเดินเส้นจะใช้เพียง
ครั้งละ 1 เส้นเล็ก
- ใช้ไหมเส้นคู่สำหรับปักครอสติช
- ไหมเส้นเดี่ยวสำหรับปักด้นถอยหลัง (เดินเส้น)14 ช่องต่อนิ้ว - ใช้เข็มเบอร์ 24
- ใช้ไหมเส้นคู่สำหรับปักครอสติช
- ไหมเส้นเดี่ยวสำหรับปักด้นถอยหลัง (เดินเส้น) 11 ช่องต่อนิ้ว - ใช้เข็มเบอร์ 24
- ใช้ไหม 3 เส้นสำหรับปักครอสติช
- ไหมเส้นเดี่ยวสำหรับปักด้นถอยหลัง (เดินเส้น)

3. เข็มปัก
นิยมใช้เข็มเบอร์ 18 , 23 , 24 หรือ 26
ใช้เข็มปักเบอร์ 23 สำหรับผ้าธรรมดา แต่ถ้าคุณใช้ผ้าตาใหญ่กว่า คุณควรใช้เข็มเบอร์ 18 ไม่ควรปักเข็มคาไว้กับงานเพราะไม่ว่าเข็มคุณภาพดีแค่ไหน ก็มีโอกาสเป็นสนิมได้ถ้าทิ้งไว้นานๆ

4. สีเมจิก
สำหรับสีเมจิกที่ใช้ต้องเป็นสีที่ละลายน้ำได้ โดยหาซื้อได้จากร้านเครื่องเขียนทั่วไป จะราคาถูกและขายเป็นซอง เราจะเลือกใช้เฉพาะโทนสีอ่อน เพื่อความแน่ใจควรลองแต้มลงบนเศษผ้าทิ้งไว้ แนะนำไปซักโดยใช้น้ำยาซักแห้งทั่วไปหากซักได้หมดจด ก็สามารถใช้ได้
การปักเพื่อที่จะให้ง่ายควรปักทีละสัญลักษณ์ โดยดูว่าสัญลักษณ์นั้นอยู่ในบล็อกไหนของลายเราก็จุดสีเมจิกลงบนผ้าให้เป็นตำแหน่งบล็อกเดียวกัน เมื่อจุดจนครบแล้วจึงปักทับสีที่จุดไว้ เมื่อเสร็จสัญลักษณ์นี้แล้วจึงเริ่มทำสัญลักษณ์ใหม่ต่อไปเรื่อยๆ

เทคนิคการปักครอสติช

posted on 01 Sep 2009 20:40 by junearza

เทคนิคการปักครอสติช

  - ในการปักแต่ละครั้ง ไหมหนึ่งเส้นจะแบ่งเป็นเส้นเล็กๆ ได้ 6 เส้น การปักไขว้จะใช้ไหมครั้งละ 2 เส้นเล็กหากเป็นสัญลักษณ์ไหมผสม จะใช้สีละ 1 เส้นเล็ก ปักเดินเส้นจะใช้เพียงครั้งละ 1 เส้นเล็ก

- สำหรับสีเมจิกที่ใช้ต้องเป็นสีที่ละลายน้ำได้ โดยหาซื้อได้จากร้านเครื่องเขียนทั่วไป จะราคาถูกและขายเป็นซอง เราจะเลือกใช้เฉพาะโทนสีอ่อน เพื่อความแน่ใจควรลองแต้มลงบนเศษผ้าทิ้งไว้ แนะนำไปซักโดยใช้น้ำยาซักแห้งทั่วไปหากซักได้หมดจด ก็สามารถใช้ได้

- การปักเพื่อที่จะให้ง่ายควรปักทีละสัญลักษณ์ โดยดูว่าสัญลักษณ์นั้นอยู่ในบล็อกไหนของลายเราก็จุดสีเมจิกลงบนผ้าให้เป็นตำแหน่งบล็อกเดียวกัน เมื่อจุดจนครบแล้วจึงปักทับสีที่จุดไว้ เมื่อเสร็จสัญลักษณ์นี้แล้วจึงเริ่มทำสัญลักษณ์ใหม่ต่อไปเรื่อยๆ หากแบบปักนั้นมีดิ้นทองหรือ ลูกปัด ควรจะปักไหมให้เสร็จเรียบร้อยทุกสีก่อนนำไปซักรีด แล้วค่อยปักดิ้นทองหรือลูกปัดภายหลัง เพราะสีของดิ้นทองหรือลูกปัดจะจางลงได้เมื่อโดนน้ำยาซักผ้าหรือน้ำยาซักแห้ง

- เมื่อตัดผ้าได้ตามขนาดที่ต้องการ ให้เย็บกันลุ่ยริมผ้าทั้ง 4 ด้าน ( ตัดผ้าเอง ) หาจุดกึ่งกลางผ้าและจุดกึ่งกลางลาย ตามแพทเทิน เริ่มปักลายตามสัญลักษณ์สีที่กำหนดให้

- ห้ามมัดปมไหมไว้ด้านหลัง เมื่อเริ่มเส้นไหมใหม่ ให้สอดปลายไหมไว้ในเส้นไหมด้านหลังภาพลึกประมาณ 1-2 ซม. และเมื่อปักเสร็จ ให้เก็บไหมสอดกลับเข้าในเส้นไหมด้านหลังภาพลึกประมาณ 1-2 ซม. แล้วจึงตัดไหม

- ถ้ามีเส้นไหมปักเกินกว่า 1 เส้น เส้นไหมปักจะพองและไม่เสมอกัน ผู้ปักต้องหมั่นรูดไหมจากโคนขึ้นไปทางปลายให้เส้นไหมเรียบเสมอกันจึงปักต่อไป ถ้าไหมบิดเป็นเกลียวให้หมุนเข็มคลายเกลียวออก

- ถ้าเป็นลายใหญ่ที่มีสัญลักษณ์แทนสีไหมสับสน ให้เนาผ้าที่จะปัก 10 ช่องผ้า เท่ากับ 1 ช่องลาย โดยใช้ด้ายเนาสีเดียวกับผ้า เมื่อปักเสร็จให้ดึงด้ายเนาออก

- การตัดไหมที่ใช้ปักไม่ควรตัดยาวกว่า 50 ซม. เพราะจะทำให้ปลายไหมแตก

- ถ้าปักใส่กรอบรูป ควรเผื่อผ้าโดยรอบลายด้านละประมาณ 5 ซม. ( ตัดผ้าเอง )

- ถ้าปักเป็นปลอกหมอน ควรเผื่อผ้าโดยรอบด้านละ 1-1.5 ซม. ด้านหลังควรเป็นผ้าต่วน หรือผ้าฝ้าย เผื่อผ้าสำหรับติดซิปประมาณ 3 ซม.

- เมื่อปักเสร็จเรียบร้อยแล้ว ควรนำไปซักด้วยน้ำอุ่น และรีดทางด้านหลังของงานในขณะที่ผ้าชื้นอยู่

- การซักควรใช้สบู่อ่อนๆ หรือน้ำยาซักแห้ง เพราะถ้าใช้ผงซักฟอกอาจทำให้สีไหมจางและด่างได้

- การเข้ากรอบควรให้ผ้าแห้งสนิท มิฉะนั้นความชื้นจะทำให้ผ้าขึ้นราได้

your code here